Special Check Up Program

ตรวจแพ้อาหารแฝง

Food Intolerance Test        

การแพ้อาหาร ก็คือ การเกิดอาการเจ็บป่วยจากการทานอาหารบางชนิดเข้าไป แล้วเกิดมีปฏิกิริยากับร่างกายจนเกิดอาการผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งการแพ้อาหารมีสองแบบ คือ 
.
      👉การแพ้อาหารเฉียบพลัน (Food Allergy) ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ คนที่แพ้อาหารแบบเฉียบพลันจะรู้ดีว่าตัวเองแพ้อะไร เพราะกินปุ๊บก็แพ้ปั๊บ หรือเกิดอาการทันที 
      👉แพ้อาหารแอบแฝง (Food Intolerance) คือ โดยจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ ซึ่งจะยังไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติในทันที และอาการมักจะเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหารที่แพ้ไป ตั้งแต่หลายชั่วโมง ไปจนถึงหลายวันได้เลยทีเดียว โดยที่เราจะไม่รู้ว่าโรคนั้นเกิดจากสาเหตุใด 

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราแพ้อาหารชนิดใดบ้าง ?
คนที่มักมีอาการป่วยบ่อยๆ หรือมีอาการผิดปกติกับร่างกายบ่อยๆ อย่านิ่งนอนใจ เดี๋ยวนี้เราสามารถตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงได้ง่ายขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีวิธีการหาสารก่อภูมิแพ้ ด้วยการเจาะเลือด ชนิดที่จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิด เป็นการเจาะเลือดหาค่าการแพ้สารแต่ละชนิดอย่างละเอียด ที่สำคัญสามารถตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ในอาหารได้หลายชนิด และยังครอบคลุมกลุ่มอาหารที่เรากินเป็นประจำ ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม อาหารทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช สมุนไพรและเครื่องเทศ เนื้อสัตว์ พืชตระกูลถั่ว อีกด้วย โดยผลตรวจจะทำให้ประเมินได้ว่า ผู้ป่วยนั้นแพ้สารชนิดใดบ้าง ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่ายกาย ใช้เพียงการเจาะเลือดตรวจ ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ ใช้เลือดน้อย และที่สำคัญการตรวจแบบนี้ ยังสามารถหาสารที่ผู้ป่วยแพ้ได้อีกหลายชนิดได้อีกด้วย

การตรวจความเสี่ยงของยีนมะเร็ง

(DNA Genetic Cancer Risk Test)

          ตามปกติแล้วเราทุกคนมียีนก่อมะเร็งติดตัวมาแต่กำเนิด ขึ้นอยู่ที่ว่ายีนนั้นจะกลายพันธุ์จนก่อให้เกิดมะเร็งหรือไม่ ซึ่งการเกิดมะเร็งส่วนใหญ่จะมาจากความผิดปกติของคนคนนั้นเองประมาณ 90-95% โดยอาจมาจากสิ่งแวดล้อม สารเคมี พฤติกรรมการใช้ชีวิต ส่วนอีก 5-10% จะเป็นมะเร็งที่มาจากพันธุกรรม หรือเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ปู่ย่าตายาย

          สำหรับยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ยีนก่อมะเร็ง (oncogenes) เป็นยีนที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เกิดมะเร็ง และยีนต้านมะเร็ง (tumor suppressor genes) เป็นยีนปกติที่ช่วยซ่อมแซม DNA ที่เสียหาย 

การตรวจยีนมะเร็ง ในปัจจุบันสามารถตรวจได้กับมะเร็งทุกชนิด โดยเฉพาะมะเร็งที่พบได้บ่อย คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้ เนื่องจากมะเร็งทั้ง 3 ชนิดนี้ส่งผลทางพันธุกรรมได้อย่างชัดเจน

การตรวจยีนมะเร็ง สามารถช่วยเราคาดการณ์ได้ว่าเรามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งแค่ไหน และควรจะวางแผนการใช้ชีวิตของเราในอนาคตอย่างไร

หากผลตรวจออกมาเป็นลบ (Negative) คือ ไม่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมในการเกิดมะเร็ง การดูแลสุขภาพจะดำเนินไปตามความจำเป็นของแต่ละช่วงวัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงกับการเป็นมะเร็ง เพราะการเกิดมะเร็งมาจากหลายปัจจัย เช่น กินอาหารผสมสารกันเสีย อาหารปิ้งย่างเขม่าดำ ดื่มเป็นแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ สัมผัสสารเคมีอันตรายบ่อยครั้ง โอกาสสร้างมะเร็งจะตามมาได้ไวกว่ามะเร็งที่จะกลายพันธุ์มาจากพันธุกรรม

          สำหรับคนที่ผลออกมาเป็นบวก (Positive) คือ มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทางพันธุกรรม แพทย์จะให้คำแนะนำและดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด รวมถึงวางแผนการตรวจสุขภาพ รวมถึงการดูแลตัวเองเกี่ยวกับการใช้ชีวิต อาหารการกิน และข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อไม่ไปเพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็งที่เกิดจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ใครควรตรวจยีนมะเร็ง

  • บุคคลทั่วไปที่ต้องการทราบความเสี่ยงโรคมะเร็งที่แฝงมากับยีน
  • บุคคลปกติที่มีประวัติญาติพี่น้องสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ เต้านม รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก และอื่นๆ จำนวนมากกว่า 2 คนขึ้นไป หรือ มีญาติสายตรงเป็นคนเดียวในช่วงอายุน้อยกว่า 50 ปี
  • บุคคลปกติที่มีสมาชิกในครอบครัววินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งจากพันธุกรรม
  • กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งอยู่แล้ว ซึ่งมีโอกาสถ่ายทอดทางพันธุกรรมสูง (ตรวจเพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด)

»การตรวจหายีนมะเร็งมีประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพอย่างมาก สำหรับคนที่เป็นมะเร็งอยู่แล้วการตรวจยีนมะเร็งทำให้ทราบการตอบสนองต่อการใช้ยา เพื่อหาแนวทางการรักษา ส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรือญาติสายตรงเป็นโรคมะเร็ง หรือผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพของตัวเอง เมื่อเข้ามาตรวจแล้วไม่พบ ก็สบายใจได้ว่าไม่มีความเสี่ยงจากพันธุกรรมมาถึงเรา แต่ถ้าพบ ก็จะทำให้เรารู้ก่อน ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งกี่เปอร์เซ็นต์ ตัวคนไข้เองจะได้วางแผน ดูแล ตัดสินใจ และจัดการกับชีวิตได้«

ทำไมถึงต้องทดสอบแร่ธาตุ และ แร่ธาตุแต่ละตัวมีความสำคัญอย่างไร?  

แร่ธาตุ (Minerals) มีบทบาทสำคัญต่อการเผาผลาญอาหารและทุกขั้นตอนในกระบวนการต่างๆ ของการดำเนินชีวิต

สังกะสี (Zinc) มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตการเก็บรักษาและ การหลั่งของอินซูลิน และมีความจะเป็นต่อฮอร์โมน   ที่กระตุ้นการเจริญเติบโต

แมกนีเซียม ( Magnesium)  จำเป็นสำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ ผลจากกรขาดการดูแล

โพเทสเซียม ( Potassium) เป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการลำเลียงสารอาหารเข้าไปใช้ในเซลล์ของร่างการ และการขาดโพแทสเซียมนั้นทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและ ภาวะซึมเศร้า

TRACE  ELEMENTS

การวิเคราะห์แร่ธาตุผ่านเส้นผม

การตรวจประมาณแร่ธาตุจากเส้นผมให้ผลเหมือนกันหรือไม่

การตรวจจากเลือดสามารถบ่งชี้ถึงประมาณแร่ธาตุ ณ เวลานั้น ๆ เช่น ถ้าคุณเพิ่งรบประทานกล้วย แล้วมาทำการตรวจวิเคราะห์จะพบว่าประมาณ โพแทนเซียม (K) จะสูงขึ้น (ซึ่งแท้จริงแล้วประมาณที่สะสมในร่างกายอาจจะต่ำก็เป็นได้)

แต่ถ้าเราตรวจวิเคราะห์แร่ธาตุจากเส้นผม จะสามารถบ่งชี้ถึงประมาณแค่ธาตุที่สะสมอยู่ในร่างกายของเรา ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่รับประทานเพียง 1 วัน หรือ 1 อาทิตย์แต่จะบ่งบอกถึงประมาณแร่ธาตุทั้งหมดที่สะสมในร่างกายของเรา

ส่วนการตรวจวิเคราะห์จากปัสสาวะไม่ได้บ่งชี้ถึงประมาณแร่ธาตุที่สะสมในร่างกาย แต่จะบอกถึงแร่ธาตุที่กำลังถูกขับถ่ายออกจากร่างกายเพราะฉะนั้นการตรวจเลือด และปัสสาวะจะเป็นเหมือนการบ่งบอกถึงแร่ธาตุที่มีอยู่ ณ ช่วงเวลานั้นๆ แต่การวิเคราะห์จากเส้นผมจะบ่งบอกถึงแร่ธาตุที่มีการสะสมอยู่ในร่างกาย

การวิเคราะห์แร่ธาตุในเส้นผมคืออะไร

          เส้นผมของเราประกอบด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิด ซึ่งการตรวจแร่ธาตุจากเส้นผมสามารถบ่งชี้ถึงแร่ธาตุต่าง ๆ ที่พบในร่างกาย อาทิเช่น แร่ธาตุที่ได้รับจากอาหาร โลหะหนักต่าง ๆ เป็นต้นนอกจากนี้ยังบ่งบอกถึงประมาณแร่ธาตุที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงสภาวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ระบบเผาผลาญ

( Metabolism ) หรือแม้แต่ระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย

การตรวจประมาณแร่ธาตุจึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยจะสามารถบ่งชี้ได้ว่าร่างกายเรายังขาดแร่ธาตุชนิดใด และทำให้เราสามารถหาสารอาหารที่มีแร่ธาตุชนิดนั้น ๆ มาชดเชยได้

จากการวิจัยมากกว่า 30 ปี พบว่าการตรวจวิเคราะห์เส้นผมเป็นวิธีการตรวจที่ดีที่สุดที่ใช้ทดสอบปริมาณแร่ธาตุใสร่างกายเพื่อทำให้ทราบว่าร่างกายยังต้องการสารอาหารชนิดใดเพิ่มหรือควรงดสารอาหารชนิดใด เพราะฉะนั้นผลของการตรวจแร่ธาตุในเส้นผมได้ออกแบบมาเพื่อช่วยในการวางแผนการดูแลสุขภาพและโภชนาการให้เหมาะสมกับสมดุลของร่างกาย

สภาวะการเจ็บป่วยที่อาจมีผลจากสภาวะการขาดเกินของเกลือแร่ และ วิตามิน เช่น

  • อาการปวดศรีษะ
  • ภาวะภูมิแพ้
  • อาการกระสับกระส่าย
  • ภาวะหดหู่
  • ภาวะอ่อนแอทุพพลภาพ
  • การเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม
  • รวมทั้งความดันโลหิตสูง

การออกแบบรายงานผล HTMA

รายงานผลการทดสอบแร่ธาตุของแต่ละบุคคล ประกอบด้วยข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และครอบคลุมที่สุด โดยบอกทั้งประมาณและอัตราส่วนของแร่ธาตุที่สำคัญ รวมถึงรายชื่อของอาหารที่ควรรับประทานหรือหลีกเลี่ยงให้สอดคล้องกับการแพ้อาหารและความต้องการของอาหารรายบุคคล นอกจากนี้ในใบรายงานผลยังมีรายชื่อสารอาหารที่มีความจำเพาะเจาะจงสูง สำหรับช่วยในการสร้างความสมดุลทางเคมีในร่างกายอีกด้วย

การตรวจวัดค่า NK Cell ในกระแสเลือด
.
NK Cells คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง อยู่ในกระแสเลือดเป็นระบบภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิดของร่างกาย NK cells เปรียบเสมือนกองทหารที่คอยปกป้องพร้อมเคลื่อนเข้าไปเผชิญหน้ากับเซลล์แปลกปลอม และเซลล์มะเร็งที่กำลังคุกคามร่างกาย ซึ่งปกติแล้วในร่างกายของคนเราจะมี NK Cells อยู่ที่ประมาณ 2,000 – 5,000 ล้านเซลล์ เมื่อมีเซลล์แปลกปลอมเข้าไป NK Cell จะรับรู้ได้ทันทีที่มันเคลื่อนที่เข้ามา จึงทำให้เกิดปฏิกิริยา 2 อย่าง ขึ้นมา คือ
1) NK Cell จะจัดการกับสิ่งแปลกปลอม โดยการฆ่าเซลล์แปลกปลอมนั้นที่เคลื่อนที่เข้ามาในร่างกาย
2) NK Cell จะทำงานไปพร้อมกับการปล่อยสารโปรตีนในกระแสเลือดเรียกว่า Cytokine มาเป็นผู้ส่งสารที่จะเรียกเซลล์อื่นๆมาช่วย NK Cell ฆ่าเซลล์แปลกปลอมหรือช่วยป้องกันการโตของเนื้องอก